“กรณ์” ชี้ ของแพง ปัญหาเศรษฐกิจที่น่ากลัวที่สุด ต้องบริหารอย่างมืออาชีพ

ปัญหาเศรษฐกิจ

หัวหน้าพรรคกล้า ชี้ ของแพงเป็นปัญหาเศรษฐกิจที่น่ากลัวที่สุด ชี้จุดบกพร่องนักวิชาการเตือนมาเป็นปีแล้วแต่รัฐบาลไม่ฟัง แนะ บริหารด้วยความเป็นมืออาชีพมากขึ้

วันที่ 15 ม.ค. 2565 นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคกล้า อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงปัญหาสินค้าหลายชนิดที่มีราคาสูงขึ้น ว่า ของแพงเป็นปัญหาเศรษฐกิจที่น่ากลัวที่สุด เพราะเป็นเรื่องที่มีผลกระทบกับประชาชนในวงกว้าง กระทบคนจนมากกว่าคนรวย และเป็นปัญหาที่เมื่อปล่อยให้เกิดขึ้นแล้วแก้ยากที่สุด การที่รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ พลาดก่อนหน้านี้คือการประเมินสถานการณ์ อย่างเรื่องหมู มีนักวิชาการเตือนมาเป็นปี แต่รัฐบาลไม่ฟังและอาจจะพยายามปกปิดข้อเท็จจริง กว่าที่รัฐบาลจะรับรู้และยอมรับว่ามีปัญหาก็สายไปแล้ว พอคนเริ่มเชื่อว่าราคาสินค้าจะต้องแพงขึ้น นั่นคือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ข้าวของแพงขึ้นจริง และจะแพงขึ้นอย่างยกแผง เมื่อปรับราคาขึ้นแล้วทุกคนเข้าใจในสัจธรรมว่าการปรับลงจะยากมาก วันไหนที่ ราคาหมู หน้าเขียงปรับลดลงมา ใช่ว่าราคาข้าวหมูแดงจะปรับกลับลงมาด้วย

นายกรณ์ กล่าวต่อไปว่า แม้แต่การเร่งมาตรการคนละครึ่งตามข่าววันนี้ เข้าใจว่าต้องทำ แต่คนละครึ่งจะมีผลข้างเคียงเสมือนเป็นตัวเร่งให้ร้านค้าปรับราคาขึ้นไป เพราะมีรัฐบาลมาช่วยจ่ายแทนประชาชน ปัญหาคือเมื่อหมดสิทธิ์คนละครึ่งไม่มีรัฐบาลมาช่วยแล้ว และในสถานการณ์ปัจจุบันมาตรการอย่างคนละครึ่งเริ่มส่งผลน้อยลงมากกับคนยากคนจนที่ไม่มีแม้แต่ครึ่งเดียว (150 บาท) ที่จะเข้าร่วมโครงการ ในพื้นที่พบว่าหลายคนต้องยืมเงินเพื่อจะใช้สิทธิ์ของตน หรือไม่ต้องยอมแบ่งส่วน 50 บาทเพื่อรักษาสิทธิ 150 บาทในการซื้อของ

“เมื่อเป็นเช่นนี้ มาตรการลูบหน้าปะจมูกไม่พอ รัฐบาลต้องจริงจังกับการเจาะลึกในทุกห่วงโซ่อุปทาน อย่างในกรณีหมู ต้องวิเคราะห์ให้ขาดถึงประเด็นจำนวนหมูในตลาดโลกที่ลดลง หรือประเด็นอาหารเลี้ยงหมูที่ราคาสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพดหรือถั่วเหลือง ต้องบริหารด้วยความโปร่งใส และต้องมีมาตรการเด็ดขาดเมื่อพบปัจจัยที่มีโอกาสจะส่งผลต่ออุปทานสินค้า อย่าลืมว่าที่ผ่านมาราคาสินค้ามีปัญหาเพราะปัญหาด้านอุปทาน แต่หากเศรษฐกิจฟื้นคงตัว มีการเปิดประเทศ สิ่งที่ตามมาคืออุปสงค์ที่จะเพิ่มขึ้นอีกด้วย โดยเฉพาะความต้องการสินค้าจากต่างประเทศ เมื่อถึงเวลานั้นราคาสินค้าจะทะยานขึ้นไปอีก ประชาชนคนไทยจะเดือดร้อนหนักขึ้นอีกมาก ประเทศต้องบริหารด้วยความเป็นมืออาชีพมากขึ้น”

ทางด้าน นายวรวุฒิ อุ่นใจ รองหัวหน้าพรรคกล้า หัวหน้าทีมเศรษฐกิจเพื่อคนตัวเล็ก กล่าวเสริมว่า รัฐบาลต้องหาสาเหตุว่าทำไมราคาสินค้าต่างๆ จึงทยอยขึ้น รวมถึงหามาตรการแก้ไขและแจ้งให้ประชาชนรับทราบ ไม่ใช่เงียบและปล่อยให้ประชาชนรับกรรม แก้ปัญหากันไปตามมีตามเกิด การเข้าใจและชี้แจงถึงที่มาของปัญหาสะท้อนว่ารัฐเข้าใจที่มาของปัญหาอย่างแท้จริง ต้องยอมรับความจริงและไม่โยนกลองกันไปมาแบบกลัวความผิดของหน่วยงานรัฐกันเอง นอกจากนี้ ยังควรมีมาตรการตรึงราคาหรือแบ่งเบาภาระประชาชน ออกมาชัดเจนเป็นรูปธรรม รวมทั้งต้องมีมาตรการลงโทษผู้กักตุนและปั่นราคาฉวยโอกาสทำกำไร อย่างเข้มงวด รวดเร็ว

ปัญหาเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ต้องสร้างความมั่นใจด้วยว่าเนื้อหมูที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดปัจจุบันสะอาดและปราศจากการติดเชื้อ ด้วยมาตรการตรวจสอบดูแลจากภาครัฐ การพิจารณานำเข้าเนื้อหมูจากต่างประเทศเป็นการชั่วคราว เพื่อชดเชยเนื้อหมูที่หายไปจากท้องตลาดต้องพิจารณาอย่างโปร่งใส ไม่เอื้อประโยชน์ให้ผู้ประกอบการรายใดรายหนึ่ง และกำหนดกรอบเวลาที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการในประเทศต้องเดือดร้อนเมื่อเข้าสู่ภาวะปกติ เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาหาทางออกทันที ประชาชนถึงจะรับรู้ว่ายังมีรัฐบาลคอยช่วยเหลือดูแลอยู่ ไม่รู้สึกว่ากำลังเผชิญปัญหาโดยลำพังแบบตอนนี้ ไม่ว่าจะหาวัตถุดิบทดแทนอื่นๆ เช่น จัดเทศกาลอาหารที่ทำจากเนื้อไก่ หรือเทศกาลอาหารทะเล เพื่อสร้างดีมานด์เนื้อสัตว์อื่นทดแทนความต้องการเนื้อหมูในตลาดผู้บริโภค ข้อควรระวังสำหรับผู้ประกอบการคืออย่าลดคุณภาพและปริมาณจนลูกค้าหนีหมด เพราะเมื่อราคาสินค้าเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว การลดคุณภาพหรือลดปริมาณลงจะทำให้ลูกค้าหลายรายไม่กลับมาอีก

 

“ดังนั้น คาสิโนออนไลน์ ต้องตัดสินใจให้ดี และชี้แจงทำความเข้าใจกับลูกค้าถึงต้นทุนวัตถุดิบที่แพงขึ้น อย่าหนีปัญหาหนึ่งเพื่อไปเจออีกปัญหาหนึ่ง สู้ยอมกัดฟันขึ้นราคาแล้วแจ้งลูกค้าตรงๆ ไปดีกว่าลดคุณภาพจนเสียลูกค้า และนี่คือทางเลือกที่ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายเลือกที่จะขึ้นราคา ถ้ารัฐจัดการไม่ดี มันจะเกิดภาวะแพงทั้งแผ่นดินได้ง่ายๆ”